หากเด็กผู้เยาว์ทำผิดกฎหมายใครต้องติดคุก

กฎหมายเกี่ยวกับเด็ก

ก่อนอื่นต้องเข้าใจคำว่า “เด็ก เยาวชน ผู้เยาวน์” ก่อนว่าหมายถึงใคร หมายถึง บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า   สิบแปดปีบริบูรณ์ แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส (หมายความว่าหากเด็กต่ำกว่า18 ได้สมรสกันถูกต้องตามกฏหมายก็จะไม่เป็นเด็กอีกต่อไป)

 หากเด็กและเยาวชนได้กระทำความผิดทางกฎหมาย ต้องได้รับโทษเท่าเทียมกับผู้ใหญ่ที่กระทำความผิดนั้นๆหรือไม่??
โดยปกติแล้วผู้กระทำความผิดกฏหมายจะถูกนำตัวไปลงโทษตามที่กฏหมายบัญญัติไว้ แต่สำหรับเด็ก และเยาวชนนั้น มีกฏหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก เพื่อดำเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กไว้เป้น การเฉพาะที่แตกต่างจากผู้ใหญ่ โดยศาลอาจจะไม่ลงดทษเด็ก หรืออาจลงโทษน้อยกว่าที่กฏหมายกำหนด หรืออาจจะใช้มาตรการอื่นแทนการลงโทษก้ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความร้ายแรงของการทำความผิด และช่วงอายุของเด็กที่กฏหมายกำหนดไว้โดยเฉพาะ

หากเด็กอายุ 5 ขวบกับเด็กอายุ 17ปี ทำผิดต้องได้รับโทษเท่ากันหรือไม่อย่างไร?
คงต้องดูถึงวุฒิภาวะของเด้กแต่ละช่วงวัย ซึ่งเด้กแต่ละช่วงอายุมีความรู้รับผิดชอบชั่วดีต่างกัน การที่ต้องรับโทษจึงต้องแตกต่างกัน ซึ่งกฏหมายได้วางหลักไว้ ดังนี้

เด็กอายุไม่เกิน 10ปี กระทำความผิดทางอาญาเด้กนั้น ไม่ต้องรับโทษ เพราะกฏหมายมองว่าเด็กในอายุช่วงดังกล่าวนั้น ยังมีวุฒิภาวะและประสบการณ์ความนึกคิด และความรู้สึกผิดชอบชั่วดีน้อย หรือยังอ่อนต่อโลก และสังคมมาก จึงยังไม่สมควรได้รับการลงโทษ ยังให้โอกาสเด็กในการปรับตัวอยู่ในสังคมต่อไป (ประมวลกฏหมายอาญามาตรา73)



เด็กอายุเกิน10ปี แต่ไม่เกิน15ปี กระทำความผิดนั้น ทั้งนี้อาจไม่ต้องรับโทษก็เป็นได้ แต่ศาลอาจว่ากล่าวตักเตือน หรือส่งตัวไปยังสถานฝึกอบรม หรือองค์กรที่ศาลเห็นสมควร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความผิดที่กระทำ และดุลพินิจของศาลท่าน จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันเด้ก และเยาวชนในช่วงอายุดังกล่าวจะเริ่มคึกคะนองมากขึ้น ชอบทำตาม คล้อยตามได้ และถูกชังจูงได้ง่ายมาก ซึ่งกระบวนการยุติธรรมที่เห็นนั้นส่วนใหญ่และส่งเด็ก และเยาวชนเข้าอบรมเสมอในปัจจุบัน เพื่อขัดเกลาให้เป็นเยาวชนที่ดีต่อไป

บุคคลที่อายุเกิน15ปี แต่ต่ำกว่า18ปี ได้กระทำความผิด ศาลอาจลดโทษให้กึ่งหนึ่ง หรืออาจใช้วิธีการเดียวกับเด็กอายุเกิน 10 ปี แต่ไม่เกิน 15ปีก้ได้ แล้วแต่กรณีไปโดยขึ้นอยู่กับความร้ายแรง และดุลพินิจศาล โดยปกติแล้วเด็ก และเยาวชนในช่วงอายุดังกล่าวนี้ มักจะหลงผิดได้ง่ายเช่นกัน แต่กฏหมายมองว่าเด็ก และเยาวชนในช่วงอายุดังกล่าวนั้น มีสามัญสำนึกความรับผิดชอบชั่วดีเทียบเท่ากับผู้ใหญ่แล้วจึงเห็นควรลงโทษให้เทียบเท่าผู้ใหญ่ แต่ลดโทษให้เป็นกรณีไปตามความผิดที่เกิดขึ้นเท่านั้น

แล้วถ้ามิชฉาชีพอาศัยช่องว่างของกฎหมายนั้น ใช้เด็กเป็นผู้กระทำความผิดเองล่ะ เนื่องจากเด็กต่ำกว่า10ปี กระทำความผิดแล้วแต่ไม่ต้องได้รับโทษ คงต้องแยกออกเป็น2กรณีไป

กรณีแรก เด็กนั้นไม่รู้ว่าการกระทำนั้นเป็นความผิด เช่น พ่อแม่สอนเด้ก 3 ขวบให้ไปแอบขโมยของคนอื่นเอามาให้แม่ โดยหลอกว่าเป็นของพ่อแม่เอง ซึ่งเด็กก็เข้าใจว่าเป็นของพ่อแม่จริงจึงไปเอามาให้พ่อแม่ เช่นนี้แล้วเด็กไม่ได้มีเจตนาในการกระทำความผิด แต่พ่อแม่เป็นผู้ใช้ให้กระทำความผิดในทางกฏหมายถือว่าเป็นตัวการร่วม พ่อแม่ต้องรับผิดแม้จะมิได้เป็นผู้กระทำความผิดเอง และเด็กนั้นไม่มีความผิด เนื่องจากไม่มีเจตนาที่จะขโมยของ

กรณีที่สอง หากเป็นเด็กอายุ 9 ปี ซึ่งรู้เรื่องความผิดถูกพอสมควรแล้ว และไปขโมยของตามที่พ่อแม่สอนสั่งให้ทำ เช่นเดียวกันพ่อแม่ถือเป็นตัวการร่วมในการกระทำความผิด ต้องรับดทษอย่างผุ้กระทำความผิด สำหรับเด็กเองถือว่าได้มีการกระทำความผิด เพราะทราบว่าเป็นการขโมย แต่ตามกฎหมายแล้วเด็กไม่ต้องรับผิด คงมีเพียงพ่อแม่ที่ต้องรับผิด