บันดาลโทสะ VS ไตร่ตรอง เพื่อฆ่าคนต่างกันอย่างไร

กฎหมายอาญา

เมื่อไม่นานมานี้ได้มีคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญที่เป็นที่จับตามองของคนทั้งประเทศเมื่อมีอาเสี่ยผู้ร่ำรวยคนหนึ่งได้ใช้อาวุธปืนยิงสังหารโหดหญิงสาวคนหนึ่งและเพื่อนชายของเธอกลางสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดชลบุรี โดยตามข่าวที่ยังไม่แน่ชัดได้มีการกล่าวอ้างว่าเกิดจากการบันดาลโทสะที่หญิงสาวที่ตนหมายตาและหลอกเอาทรัพย์สินเงินทองจากตนไปแล้วกลับไม่ยอมแต่งงานด้วยตามสัญญาหากแต่นักกฎหมายหลายท่านก็ออกมาวิจารณ์กันว่ากรณีนี้เขาจะสามารถกล่าวอ้างเหตุบันดาลโทสะได้อย่างไรในเมื่อมีทั้งการส่งคนไปประกบติดตามชี้เป้า มีการเตรียมรถยนต์เดินทางไปที่เกิดเหตุและแถมด้วยการนำอาวุธติดตัวไปด้วยหลายกระบอกนี้มันมีการไตร่ตรองพร้อมทั้งเตรียมตัวไปกระทำความผิดอย่างชัดเจนมาก ในบทความนี้เราจะมาให้ความรู้ท่านถึงการแตกต่างระหว่างการบันดาลโทสะและการฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนกันครับ

1.การฆ่าผู้อื่นย่อมเป็นความผิด

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ได้บัญญัติไว้ว่า “ผู้ใดฆ่าผู้อื่น ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี” สรุปง่ายๆ ก็คือใครที่ฆ่าผู้อื่นย่อมต้องมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นจนถึงแก่ความตายและต้องรับโทษ เว้นแต่จะด้วยเหตุผลของการป้องกันตัวเองและคนอื่นจากอันตรายหรือคนที่จะมาทำร้ายเราโดยสมควรแก่เหตุด้วย เช่น อยู่ ๆ ก็มีโจรหลายคนพกอาวุธปืนครบมือบุกเข้ามาในบ้านเราในตอนกลางคืนและใช้อาวุธปืนเพื่อปล้น ทำร้าย หรือจะฆ่าใครสักคนในบ้านเรา เจ้าของบ้านก็สามารถที่จะใช้อาวุธที่ตนมือต่อสู้ขัดขืนป้องกันตนเองและครอบครัวได้ หากโจรยิงมาแล้วเรายิงตอบไปโดนโจรตายย่อมไม่มีความผิดเพราะกระทำโดยเป็นการป้องกันตนเองโดยชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 68

2.เหตุเพิ่มโทษในการฆ่าผู้อื่น

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 มีเหตุเพิ่มโทษหลายกรณีหากแต่ในที่นี้เราจะขอเอ่ยถึงเพียงการฆ่าผู้อื่นโดยไตรตรองไว้ก่อนก็คือการฆ่าโดยที่มีการคิด เตรียมตัวและวางแผนมาแล้วล่วงหน้าจึงเป็นเหตุเพิ่มโทษให้ต้องระวางโทษประหารชีวิตเท่านั้น

3.การกระทำผิดโดยบันดาลโทสะ

การกระทำความผิดโดยอ้างว่าบันดาลโทสะ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72 นั้น คือการที่คนทำผิดอ้างว่าตนเองถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมจนอดกลั่นไม่ไว้จึงได้กระทำความผิดไปหากแต่การจะกล่าวอ้างได้จะต้องเป็นการกระทำผิดในทันทีที่โดนข่มเหงเท่านั้น เช่น สามีกลับบ้านมาพบภรรยากำลังมีสัมพันธ์ทางเพศกับชายชู้จึงโกรธเข้าทำร้ายคนทั้งสองในทันทีอันนี้อ้างบันดาลโทสะได้ หากแต่ถ้าสามีเดินออกมาแล้วไปหาปืนมาดักยิงชายชู้ในวันหลังนั้นคือการไตร่ตรองมากระทำผิดจะอ้างบันดาลโทสะไม่ได้ เป็นต้น

จากข้อกฎมายที่กล่าวมานั้นเมื่อหันกลับมาดูเหตุการณ์ฆาตกรรมชื่อดังตามข่าวจะพบว่าผู้กระทำผิดมีทั้งการส่งคนตามชี้เป้าติดตามและจุดนัดพบ มีการเตรียมการทั้งยานพาหนะและอาวุธพร้อมทั้งกำลังคนทางหนีที่ไล่ไว้เป็นอย่างดีคงจะอ้างเหตุบันดาลโทสะในการลงมือได้ยากแล้วละครับ ทางที่ดีก่อนจะกระทำสิ่งใดลงไปควรใช้สติและปัญญาคิดให้ดีก่อนจะลงมือกระทำความผิดลงไปจึงเป็นสิ่งที่ดีกว่าจะมาหาทางแก้ไขในภายหลังดีกว่านะครับ

By: เอกพล ยวงนาค